หน้าหลัก
เที่ยวไทย 76 จังหวัด
อุทยาน-วนอุทยาน
เรื่องเล่าคนเดินทาง
พยากรณ์อากาศ
ความประทับใจจากเพื่อนๆ
ภาพถ่ายสมาชิก
เข้าสู่ระบบ
|
สมัครสมาชิก
เรื่องเล่าคนเดินทาง
SiamDayTrip
>
Trip Story
>
สาระน่ารู้
เทศกาลงาน บุญบั้งไฟ จ.ยโสธร
By
siamdaytrip
รายละเอียด
ประเพณีบุญบั้งไฟ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า บุญเดือนหก จัดเป็นบุญประจำปีทุกปีในช่วงเดือนพฤษภาคมซึ่งเป็นช่วงก่อนที่จะ ลงมือทำนา สำหรับที่จังหวัดยโสธรจะจัดงานบุญบั้งไฟในวันสุด สัปดาห์ที่ ๒ ของเดือนพฤษภาคม ในวันศุกร์จะเป็นวันที่คณะบั้งไฟ ทั้งหลายแห่ขบวนเซิ้งเพื่อขอรับ
บริจาคเงินซื้ออาหาร เครื่องดื่ม และ สิ่งของจำเป็นในการร่วมทำบุญ สำหรับวันเสาร์จะเป็นวันแห่ขบวน ฟ้อนรำเพื่อการแข่งขันด้านความสวยงามของท่าฟ้อนในจังหวะต่าง ๆ ตลอดทั้งการตกแต่งบั้งไฟและการจัดขบวนที่สวยงาม ส่วนในวัน อาทิตย์จะเป็นวันจุดบั้งไฟ แข่งขันการขึ้นสูง
ของบั้งไฟ และการที่ บั้งไฟสามารถลอยอยู่ในอากาศได้นานจะเป็นเครื่องตัดสินการชนะเลิศ ของการแข่งขัน
ประเพณีบุญบั้งไฟตามตำนานเล่าว่า เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าถือชาติกำเนิดเป็นพญาคางคก ได้อาศัยอยู่ใต้ร่มโพธิ์ใหญ่ในเมืองพันทุมวดี ด้วยเหตุใดไม่แจ้ง พญาแถนเทพเจ้าแห่งฝนโกรธเคืองโลกมนุษย์มาก จึงแกล้งไม่ให้ฝนตกนานถึง ๗ เดือน ทำให้เกิดความลำบากยากแค้นอย่างแสนสาหัส
แก่มวลมนุษย์ สัตว์และพืช จนกระทั่งพากันล้มตายเป็นจำนวนมาก พวกที่แข็งแรงก็รอดตายและได้พากันมารวมกลุ่มใต้ต้นโพธิ์ใหญ่กับพญาคางคก สรรพสัตว์ทั้งหลายจึงได้หารือกันเพื่อจะหาวิธีการปราบพญาแถน ที่ประชุมได้ตกลงกันให้พญานาคียกทัพไปรบกับพญาแถน แต่ก็ต้องพ่ายแพ้
จากนั้นจึงให้พญาต่อแตนยกทัพ ไปปราบแต่ก็ต้องพ่ายแพ้อีกเช่นกัน ทำให้พวกสรรพสัตว์ทั้งหลายเกิดความท้อถอย หมดกำลังใจและสิ้นหวัง ได้แต่รอวันตาย ในที่สุด พญาคางคกจึงขออาสาที่จะไปรบกับพญาแถน จึงได้วางแผนในการรบโดยปลวกทั้งหลายก่อจอมปลวกขึ้นไปจนถึงเมือง
พญาแถน เพื่อเป็นเส้นทางให้บรรดาสรรพสัตว์ทั้งหลายได้เดินทางไปสู่เมืองพญาแถน ซึ่งมีมอด แมลงป่อง ตะขาบ สำหรับมอดได้รับหน้าที่ให้ทำการกัดเจาะด้ามอาวุธที่ทำด้วยไม้ทุกชนิด ส่วนแมลงป่องและตะขาบให้ซ่อนตัวอยู่ตามกองฟืนที่ใช้หุงต้มอาหาร และอยู่ตามเสื้อผ้าของไพร่
พลพญาแถนทำหน้าที่กัดต่อย หลังจากวางแผนเรียบร้อย กองทัพพญาคางคกก็เดินทางเพื่อปฏิบัติหน้าที่การรบ มอดทำหน้าที่กัดเจาะด้ามอาวุธ แมลงป่องและตะขาบกัดต่อยไพร่พลของพญาแถนจนเจ็บปวด ร้องระงมจนกองทัพระส่ำระสาย ในที่สุดพญาแถนจึงได้ยอมแพ้และตกลงทำ
สัญญาสงบศึกกับพญาคางคก ดังนี้
๑. ถ้ามวลมนุษย์จุดบั้งไฟขึ้นสู่ท้องฟ้าเมื่อใด ให้พญาแถนสั่งให้ฝนตกในโลกมนุษย์
๒. ถ้าได้ยินเสียงกบ เขียดร้อง ให้รับรู้ว่าฝนได้ตกลงมาแล้ว
๓. ถ้าได้ยินเสียงสนู (เสียงธนูหวายของว่าว) หรือเสียงโหวด ให้ฝนหยุดตกเพราะจะเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวข้าว หลังจากที่ได้สัญญากันแล้ว พญาแถนจึงได้ถูกปล่อยตัวไปและได้ปฏิบัติตามสัญญามาจนบัดนี้
ในปัจจุบันงานบุญบั้งไฟ ก็ยังคงมีขึ้นในวันเสาร์ - อาทิตย์ ที่ ๒ ของเดือนพฤษภาคมของทุกปี ณ.สวนสาธารณะพญาแถน โดยมีความเชื่อว่าเมื่อจัดงานนี้แล้วเทพยดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจะดลบันดาลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล ทำให้พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ กิจกรรมที่สำคัญใน
งานประกอบด้วย
วันแรก
จะมีการจัดขบวนแห่บั้งไฟ ตกแต่งไปตามถนนภายในเขตเทศบาลเมือง การประกวดธิดาบั้งไฟโก้ การจัดงานเลี้ยงพาข้าวแลง และการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นเมือง
วันที่ ๒
จะมีการแข่งขันการจุดบั้งไฟ
พิธีกรรม
บั้งไฟแต่ละอันที่มาเข้าขบวนแห่ จะถูกตกแต่งประดับประดาอย่างสวยงามด้วยลวดลายไทยสีทอง ว่ากันว่าศิลปะการตกแต่งบั้งไฟนี้ นายช่างจะต้องสับ และตัดลวดลายต่าง ๆ นี้ไว้เป็นเวลาแรมเดือน แล้วจึงนำมาทากาวติดกับลูกบั้งไฟ ส่วนหัวบั้งไฟนั้นจะทำเป็นรูปต่าง ๆ ส่วนมากนิยมทำ
เป็นรูปหัวพญานาคอ้าปากแลบลิ้นพ่นน้ำได้ บ้างก็ทำเป็นรูปอื่น ๆ แต่ก็มีความหมายเข้ากับตำนานในการขอฝนทั้งสิ้น ตัวบั้งไฟจะนำไปตั้งบนฐาน ใช้รถหรือเกวียนเป็นพาหนะนำมาเดินแห่ตามประเพณี
บั้งไฟที่จัดทำให้มีหลากชนิด คือ มีทั้งบั้งไฟกิโล บั้งไฟหมื่น และบั้งไฟแสน บั้งไฟกิโลนั้นหมายถึง น้ำหนักของดินประสิว ๑ กิโลกรัม เมื่อตกลงกันว่าจะทำบั้งไฟขนาดไหนก็หาช่างมาทำ หรือที่มีฝีมือก็ทำกันเอง ช่างที่ทำบั้งไฟนั้นสำคัญมาก ช่างจะต้องเป็นผู้มีฝีมือในการคำนวณผสมดิน
ประสิวกับถ่านไม้ เพราะถ้าไม่ถูกสูตรบั้งไฟก็จะแตก คือ ไม่ขึ้นสู่ท้องฟ้า สำหรับไม้ที่จะนำมาทำเสาบั้งไฟนั้น จะตัดเอาแต่ที่โคนต้น เพราะมีความหนาและเหนียว ความยาวนั้นแล้วแต่จะตกลงกัน ในวันรุ่งขึ้นเป็นการจุดบั้งไฟ จะมีการแบกบั้งไฟไปยังฐานยิงในที่โล่ง ถ้าบั้งไฟของใครจุดแล้ว
ยิงไม่ขึ้น คนทำจะถูกจับโยนลงในโคลน ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันมา
........................................................................................................................................................................
สถานที่ ท่องเที่ยว ยอดนิยม
ท่องเที่ยว
ปาย
เขาใหญ่
แม่ฮ่องสอน
เชียงใหม่
แผนที่ประเทศไทย
เกาะช้าง
ภูกระดึง
เชียงราย
กาญจนบุรี
สถานที่ท่องเที่ยว
ดอยอ่างขาง
ปางอุ๋ง
ดอยอินทนนท์
ภูทับเบิก
เขาค้อ
การท่องเที่ยว
เพชรบูรณ์
พัทยา
เกาะล้าน
ภูเรือ
หัวหิน
ภูชี้ฟ้า
ทุ่งทานตะวัน
ภาพวิว
เกาะเสม็ด
ตลาดน้ำอัมพวา
ห้วยน้ำดัง
ลำปาง
ภาคเหนือ :
กำแพงเพชร
,
เชียงราย
,
เชียงใหม่
,
ตาก
,
นครสวรรค์
,
น่าน
,
พะเยา
,
พิจิตร
,
พิษณุโลก
,
เพชรบูรณ์
,
แพร่
,
แม่ฮ่องสอน
,
ลำปาง
,
ลำพูน
,
สุโขทัย
,
อุตรดิตถ์
,
อุทัยธานี
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ :
กาฬสินธุ์
,
ขอนแก่น
,
ชัยภูมิ
,
นครพนม
,
นครราชสีมา
,
บุรีรัมย์
,
มหาสารคาม
,
มุกดาหาร
,
ยโสธร
,
ร้อยเอ็ด
,
เลย
,
ศรีสะเกษ
,
สกลนคร
,
สุรินทร์
,
หนองคาย
หนองบัวลำภู
,
อำนาจเจริญ
,
อุดรธานี
,
อุบลราชธานี
ภาคกลาง :
กรุงเทพมหานคร
,
กาญจนบุรี
,
ฉะเชิงเทรา
,
ชัยนาท
,
นครนายก
,
นครปฐม
,
นนทบุรี
,
ปทุมธานี
,
ประจวบคีรีขันธ์
,
ปราจีนบุรี
,
พระนครศรีอยุธยา
,
เพชรบุรี
,
ราชบุรี
,
ลพบุรี
สมุทรปราการ
,
สมุทรสงคราม
,
สมุทรสาคร
,
สระแก้ว
,
สระบุรี
,
สิงห์บุรี
,
สุพรรณบุรี
,
อ่างทอง
ภาคตะวันออก :
จันทบุรี
,
ชลบุรี
,
ตราด
,
ระยอง
ภาคใต้ :
กระบี่
,
ชุมพร
,
ตรัง
,
นครศรีธรรมราช
,
นราธิวาส
,
ปัตตานี
,
พังงา
,
พัทลุง
,
ภูเก็ต
,
ยะลา
,
ระนอง
,
สงขลา
,
สตูล
,
สุราษฎร์ธานี
•
ท่องเที่ยว 76 จังหวัด
•
พยากรณ์อากาศ
•
ปาย
•
ปางอุ๋ง
•
ดอยอินทนนท์
•
ห้วยน้ำดัง
•
เกาะเสม็ด
•
เขาโล้น
•
เที่ยวหน้าหนาว
•
เขาดิน
•
น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น